
เดือนกว่ากว่านานมาแล้ว..
ฉันแวะไปห้างใหญ่ย่านแยกราชประสงค์
ตั้งใจว่าจะไปหาซื้อบัตรละครเวทีเก็บไว้ดูซักเรื่อง
ที่เคาน์เตอร์ขายบัตรไม่มีลูกค้าคนอื่นๆหลงเหลือ
นี่เย็นแล้ว.. ฉันกวาดตามองรอบตัวช้า-ช้า
โปสเตอร์อีเวนท์ต่างๆถูกแปะเบียดเสียดกันอยู่บนฝาผนัง
ทั้งคอนเสิร์ต มิวสิคัลเพลย์ ใหญ่เล็ก
ว่ากันไปถึงบัตรชมเทนนิสโอเพ่นในแมทช์สำคัญ
ไม่.. ฉันไม่สนใจการแข่งขันกีฬาซักนิด
ที่เด่นเป็นโปสเตอร์สีขาวทั้งฉากและตัวละครจากเรื่องชายกลาง
เรียบซะ น่าจะถูกมองข้าม 'nothing is everything'
เด่นเพราะความไม่มีอะไร แต่ในทางกลับกัน..
มันง่ายซะจนฉันอยากจะมองผ่านมันไปเร็วๆแล้วฉันก็ทำ.. เมื่อโปสเตอร์แผ่นข้างๆคือลูกคุณหลวง
สีฉูดฉาด สีลูกกวาด สดใสและดูน่ารัก
มันดูสับสนไปด้วยสีสัน ซึ่งฉันก็พอใจ
แต่บัตรราคาเหยียบพันเริ่มทำให้รู้สึกเสียดาย
ละครเวทีไม่กี่ชั่วโมงจะสร้างความสุขให้ครบพันเชียวหรือ
ตัดสินทั้งๆที่ยังไม่ได้ไปดู.. ฉันรู้ว่าตัวเองใจแคบไปนิด
ฉันรับเงินทอนและบัตรสองใบจากพนักงานขาย
ค่อยๆเก็บใส่กระเป๋าตังอย่างเรียบร้อยบทสนทนาจากลูกค้ารายใหม่กับพนักงานทำให้ฉันชักสนใจ
ฉันหันไปมองคนข้างข้าง..
เขาเป็นชายตัวเตี้ย หนีบแตะเยินๆ และนุ่งขาสั้น
สวมเสื้อที่ดูไม่ออกว่าเป็นสีเทาหรือดำ เพราะความเก่ามอซอ
ชายคนนี้ซักถามกับพนักงานขายถึงแมทช์สำคัญในเทนนิสโอเพ่น
'เทนนิสรอบชิงมันแข่งกันวันไหนเหรอน้อง'
'ยังไม่รู้หรอ ไม่เป็นไร แล้วภราดรล่ะแข่งวันไหน'
'แล้วจะทำตารางการแข่งออกมาแจกบ้างมั้ย'
เขาซักถามเสียมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้ฉันชะงักหยุดมองด้วยความสนใจ
ไม่ใช่เรืองเทนิสโอเพ่นที่เขาถาม
แต่เป็นประโยคสุดท้ายต่างหากเล่า
'งั้นขอซื้อบัตรดูออเครสต้าแบบถูกที่สุดใบนึง'โอ้โห เขาพูดมันออกมาได้ง่ายดายเสียเหลือเกิน
ถามเรื่องเทนนิสมาเป็นโขแคว
แต่ความต้องการของเขามันมีอยู่แล้ว ..ชัดเจน
เขากล้าพูดอย่างภูมิใจ ว่าอยากได้บัตรที่ราคา"ถูกที่สุด"
ในขณะที่หลายคนกลับอายที่จะถามอะไรแบบนี้
เป็นคุณล่ะ กล้าไหม ?
อายและกลัวสายตาคนอื่นจะมองว่าคุณกระจอก..
กระจอกและไม่มีปัญญาซื้อบัตรแถวหน้าราคาแพง..
รึเปล่า ? มันทำให้ได้คิด
คนเราจะต้องแคร์สายตาคนที่เราไม่รู้จักให้วุ่นวายทำไมกัน
ในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไรผิด
แต่คนที่ทำอะไรผิดจริงๆในสังคม กลับไม่เคยแคร์เรา
:(
......
ไม่กี่อาทิตย์ที่เพิ่งผ่านไป...
ฉันได้ใช้บัตรราคากว่าพันนั้นไปแล้ว
ไม่ได้นั่งแถวหน้า แต่มันก็แสนแพง ไม่คุ้มพันเลย..
มันไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดี เพราะฉันรู้ตัวว่ามันไม่คุ้ม..
ความรู้สึกของการนั่งดูลูกคุณหลวงในโรงละคร
ไม่รู้สึกดีเท่าการเปิดบางรักซอยเก้านั่งดูบนโซฟาที่บ้าน
ทำไม ?
คนที่ซื้อบัตร'ออเครสต้าราคาถูก'ใบนั้นไป
คุณว่าเค้าจะเพลินกับออเครสต้าโดย BSO นั่นมั้ย..
เค้าอาจจะรู้สึกคุ้มค่าที่วันนั้นได้ไปดู
ไม่ใช่ฉันและเพื่อนที่นั่งกำบัตรเปล่าไร้ราคาหลังละครจบ
กับความรู้สึกที่ 'เสียดายตังแม่'
ถ้ามันน่าเพลินกว่าจริง..
รู้งี้เก็บตังไปกินปีโป้ปั่นที่โรงเรียนดีกว่า
ได้ตั้ง 151 แก้วแน่ะ..อันนี้น่ะคุ้มนะคะ
:)
- - - - พริม, ปลายฝนต้นตุลาหนาว๕๐